ชื่อวัด : วัดพระธาตุดอยสะเก็ด
 
เจ้าอาวาส : พระโพธิรังสี
 
ประวัติวัด และ กิจกรรม:


ดู วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

คณะผู้จัดทำขอสงวนสิทธิ์ภาพและวิดีโอในเว็บไซต์นี้
ห้ามมิให้ผู้ใดนำไปทำซ้ำ  ดัดแปลง หรือแก้ไขเพื่อการอื่นใด
ยกเว้นได้รับอนุญาตจากทางคณะผู้จัดทำเท่านั้น โทร.090-1656195

               วัดพระธาตุดอยสะเก็ด  ตำบลเชิงดอย  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่  เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน  ผูกพันกับแคว้นล้านนานครเชียงใหม่และดอยสะเก็ดเป็นอย่างมาก  ดังจะเห็นได้ในประวัติตำนานต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่  หรือประวัติพระธาตุต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่  และประวัติแคว้นล้านนาไทย  ว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญในฝั่งทางด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง  ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านเมืองเชียงใหม่

               วัดพระธาตุดอยสะเก็ด  เป็นวัดที่สร้างมาช้านาน  ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๕๕  และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๖๑   ตามตำนานได้บันทึกประวัติตำนานวัดพระธาตุดอยสะเก็ดไว้ว่า



                 ในสมัยพุทธกาลเมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมอันวิเศษแล้ว  ได้นำเอาธรรมะออกเผยแผ่แก่ชาวชนบทน้อยใหญ่ในชมพูทวีปจนได้มีผู้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมเป็นจำนวนมาก  ในกาลนั้นแล  พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์มาปรากฏกายทิพย์ ณ บนดอยแห่งนี้   ขณะนั้นได้ทอดพระเนตรไปทางทิศใต้  ได้พบหนองบัวอันกว้างใหญ่ไพศาล  มีดอกบัวมากมายตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาลูกเดียว  ซึ่งในหนองน้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่ของพญานาคสองสามีภรรยา  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับอยู่บนภูเขาลูกนั้น และทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีให้พญานาคสองสามีภรรยา ซึ่งกำลังหากินอยู่ในบริเวณหนองน้ำแห่งนั้นได้เห็น พญานาคทั้งสองได้เห็นเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก เกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ เก็บดอกบัวในหนองน้ำนำไปถวายแด่พระพุทธองค์เป็นพุทธ บูชา   พระองค์ทรงรับเอาดอกบัวแล้วจึงทรงแสดงธรรมโปรด และประทานพระเกศาธาตุแก่พญานาคคู่นั้น พญานาคจึงได้อธิษฐานสร้างเจดีย์หิน แล้วนำเอาพระเกศาธาตุบรรจุประดิษฐานไว้บนดอยแห่งนี้  ต่อมาได้มีนายพรานผู้แสวงหาของป่าได้มาพบเห็นเจดีย์มีลักษณะสวยงาม จึงเกิดอัศจรรย์ใจ แล้วได้นำเอาก้อนหินมาก่อเป็นรูปเจดีย์ขึ้นอีก ตกกลางคืนได้นิมิตฝันว่า เจดีย์ที่ตนพบนั้นเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้บอกกล่าวชักชวนประชาชนในแถบนั้นให้ขึ้นไปสักการะบูชา  และเรียกชื่อภูเขาแห่งนี้ว่า “ดอยเส้นเกศ” บ้าง  ทั้งนี้เพราะคำว่า “ภูเขา” หรือ”เขา” ในภาษาพื้นเมืองนั้นเรียกว่า “ดอย”  ต่อมามีผู้สันนิษฐานว่า  คำว่าดอยเส้นเกศได้เพี้ยนมาเป็น “ดอยสะเก็ด” หรืออีกนัยหนึ่ง พญานาคได้สละเกล็ด จำแลงกายเป็นมนุษย์ จึงเรียกว่า “ดอยสละเกล็ด”  และได้เพี้ยนมาเป็น “ดอยสะเก็ด” ดอยแห่งนี้ได้มีพุทธศาสนิกชนขึ้นมานมัสการเจดีย์หิน อันเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุมากขึ้น  จึงได้ก่อเจดีย์ปูนเสริมให้ใหญ่  และมั่นคงกว่าเดิม  ต่อมาได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า “ครูบาเก๋” จากอำเภอเมืองน่าน มาสร้างวิหารและบูรณะเจดีย์พร้อมทั้งสถาปนาขึ้นเป็นวัด  เรียกว่า “วัดพระธาตุดอยสะเก็ด”  ต่อมาได้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ในเขตเชิงดอย  และใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก  ทางราชการจึงได้จัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอ  โดยใช้ชื่อว่า “อำเภอดอยสะเก็ด” ตามภาษาเรียกของชาวบ้าน  ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๕ เป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

                 ต่อมามีพระครูมงคลคุณาทร หรือครูบาหมื่น  เป็นเจ้าอาวาสและได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุของวัดให้เจริญ รุ่งเรือง  โดยได้รับการอุปถัมภ์ค้ำจุนจากศรัทธาสาธุชนทั้งหลายช่วยบำรุงจรรโลงรักษา ดูแลวัดให้มีความเจริญมั่นคงตลอดมา

                 ปีพ.ศ. ๒๕๑๙  ทางคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่  ได้ส่งพระครูมงคลศีลวงศ์  เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  ปัจจุบันได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่  พระเทพวิสุทธิคุณ  เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  มาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ดในขณะนั้น   และเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด   พระคุณเจ้าได้ยกฐานะของวัดพระธาตุดอยสะเก็ดให้เป็นวัดพัฒนาประจำอำเภอดอย สะเก็ด


                ต่อมา วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓  พระเทพวิสุทธิคุณได้ส่งพระมหาพายัพ  ฐิตปุญฺโญ ปัจจุบันได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น  พระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโพธิรังสี มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พระโพธิรังสีได้ฟื้นฟูวัดพระธาตุดอยสะเก็ดให้เป็นศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี  และนักธรรม-ธรรมศึกษา  โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์  ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ ค่ายอบรมคุณธรรม  โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา หรือโรงเรียนดอยสะเก็ดผดุงศาสน์และได้ทำการพัฒนาวัดในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านศาสนวัตถุ ศาสนบุคคล ศาสนธรรมให้เจริญรุ่งเรือง จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนา  กระทรวงศึกษาธิการ  ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑  และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ  ในปีพ.ศ. ๒๕๔๓  เป็นวัดอุทยานการศึกษาของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานเชียงใหม่ เขต ๑ และ เป็นวัดต้นแบบส่งเสริมสุขภาพ  กระทรวงสาธารณสุข  ในปีพ.ศ. ๒๕๔๖    และเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน  ของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เชียงใหม่ เขต ๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗  จนถึงปัจจุบันนี้
 
 






 
โบราณสถาน :

ถาวรวัตถุล้ำค่า ภายในวัดพระธาตุดอยสะเก็ด  ประกอบด้วย
 

                เจดีย์พระเกศาธาตุองค์เดิม   สร้าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕  เป็นศิลปกรรมแบบล้านนา  ก่ออิฐถือปูน  ภายในบรรจุพระเกศาธาตุแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ตามตำนานที่ได้กล่าวไว้


                 เจดีย์พระเกศาธาตุองค์ใหม่  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖   ครอบองค์เดิมด้านในเพื่อให้มีลักษณะสูงเด่นเป็นสง่า   สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
ก่ออิฐถือปูน  สูง ๓๐ เมตร  

 


                 วิหารจัตุรมุข  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังปริศนาธรรม  บ่งบอกเรื่องราวแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นคติธรรม  เพื่อให้ศรัทธาสาธุชนได้นำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาจิตใจ  และดำเนินชีวิตได้   ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พระเจ้า ๕ พระองค์  เป็นพระประธานในวิหารจัตุรมุข

                 อุโบสถ  ลักษณะทรงไทยล้านนา  ได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่  เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘  สร้างด้วยคอนกรีตโบราณ  ก่ออิฐถือปูน  ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๒๒ เมตร


                 ซุ้มประตูประทานพร สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑  ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าวัด  เป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่  สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก  ก่ออิฐถือปูน  ด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร  เพื่อเป็นความหมายสำคัญว่า  ขอประทานพรให้กับศรัทธาสาธุชนทั้งหลายที่เข้ามาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้


                 ตำหนักพระจอมเกล้า   สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ใช้เป็นกุฏิรับรองพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่  ลักษณะสองชั้น  กว้าง ๒๕ เมตร  ยาว ๔๐ เมตร 



                 อาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  ลักษณะ ๒ ชั้น ขนาดกว้าง ๒๕ เมตร  ยาว ๔๐ เมตร  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑  ด้านล่างประดิษฐานรูปเหมือนพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชา   ด้านบนเป็นสำนักคณะสงฆ์  สำนักงานเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด   ห้องประชุมเล็ก  และห้องประชุมใหญ่


                 หอพระไตรปิฏก  หรือวิหารหลวงพ่อเกศทองทิพย์  ประดับลวดลายปูนปั้น  ประดับมณฑปและฉัตร   เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรังสีทวีโชค  หรือหลวงพ่อเกศทองทิพย์  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗


                 กุฏิวิปัสสนา  เป็นกุฏิที่พักของผู้มาอาศัยปฏิบัติธรรม  และศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม  มีจำนวน ๑๖ หลัง  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐

                 ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ใช้เป็นหอฉัน  หอสวดมนต์  บำเพ็ญบุญ  ลักษณะเป็นอาคาร ๒ ชั้น  ทรงไทยล้านนา  กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๕ เมตร

                 อาคารเรียนพระปริยัติธรรม   สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ลักษณะ ๒ ชั้น กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๕ เมตร    พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอน  อาคารหลังนี้ได้รับงบประมาณจากมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ  โดยหลวงพ่อพระธรรมปัญญาบดี เจ้าคณะภาค ๗  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ  วัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ  กรุงเทพมหานคร



                 อาคารชัยมงคล  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ก่อนหน้านั้นใช้เป็นสำนักงานคณะสงฆ์อำเภอดอยสะเก็ด   ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำนักศาสนศึกษาวัดพระธาตุดอย สะเก็ด  โรงเรียนดอยสะเก็ดผดุงศาสน์  ลักษณะเป็นอาคาร ๓ ชั้น  กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๘ เมตร  ชั้นล่างเป็นห้องพัก ห้องพัสดุ  ชั้นที่ ๒ เป็นห้องทำงาน  ชั้นที่ ๓ เป็นห้องพักอาคันตุกะ   

                 อาคารดำเนินการก่อสร้างอาคารมูลนิธิแห่งความเมตตาและเอื้ออารี  วัดพระธาตุดอยสะเก็ด  เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ  HIV และผู้ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์  ผู้ด้อยโอกาส  เป็นที่ตั้งเครือข่ายพระสงฆ์ที่ทำงานด้านเอดส์ในประเทศไทย  เป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรศาสนา พุทธ  คริสต์  อิสลาม  ที่ทำงานด้านเอดส์แห่งประเทศไทย







                 ห้องสมุดวัดพระธาตุดอยสะเก็ด  ทรงไทยล้านนา กว้าง ๙ เมตร  ยาว ๑๔ เมตร  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓  เพื่อให้เป็นห้องสมุดเพื่อการอ่าน และศึกษาหาความรู้แก่พระภิกษุ สามเณรและบุคคลทั่วไป


                 ศูนย์ร้านค้าชุมชน OTOP วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ดำเนิน การจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ลักษณะจัดเป็นห้องๆ เพื่อใช้เป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในชุมชน สินค้า OTOP ของชาวอำเภอดอยสะเก็ดให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป  เพื่อเป็นการสร้างรายได้อีกส่วนหนึ่งให้กับชุมชนและครอบครัวอีก ด้วย 
 


ปูชนียวัตถุที่สำคัญภายในวัดพระธาตุดอยสะเก็ด คือ

                 พระพุทธรังสีทวีโชค  หรือหลวงพ่อเกศทองทิพย์  เป็นพระพุทธรูปสำริด  ปางมารวิชัย  อายุกว่า ๖๐๐ ปี  หน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว  หล่อด้วยทองสำริด   พระเกศเป็นทองคำ ประดับด้วยอัญมณี ๙ สี  ถือเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่  และสำคัญยิ่งของชาวอำเภอดอยสะเก็ด  ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในหอพระไตรปิฏก


                 พระเจ้า ๕ พระองค์  หรือองค์พระประธาน  ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารจัตุรมุข  ประกอบด้วย  พระพุทธรูปปูนปั้น  ปางมารวิชัย  หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว  (บนสุดองค์กลาง) ศิลปะช่างท้องถิ่นเชียงใหม่  อายุกว่า ๑๕๐ ปี


                  พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย  หน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว (บนสุดองค์ซ้าย) ศิลปะช่างท้องถิ่นเชียงใหม่ อายุกว่า ๑๕๐ ปี

                  พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย  หน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว (บนสุดองค์ขวา) ศิลปะช่างท้องถิ่นเชียงใหม่  อายุกว่า ๑๕๐ ปี

                  พระพุทธรูปอู่ทอง หล่อด้วยทองเหลือง หน้าตักกว่าง ๕๙ นิ้ว (องค์กลาง) 

                  พระพุทธชินราช หล่อด้วยทองเหลือง  ประดับรัศมี หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว

                 พระพุทธมหาปฏิมากรประทานพร  สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  ในมหามงคลวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕   และได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ  ส.ก.  มีขนาดหน้าตักกว้าง ๙.๙๙ เมตร  สูง ๒๕ เมตร   ในส่วนชั้นล่างใช้เป็นที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านล้านนา


                 พระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนา  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น  ศิลปะช่างเชียงใหม่ หน้าตักกว้าง ๑.๙๙ เมตร  ประดิษฐานในวิหารสอบธรรม  

                 พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ผล หรือหลวงพ่อพระเจ้าทันใจ  เป็นพระพุทธรูปทองเหลืองรมดำ หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว  ประดิษฐานในศาลาราย วัดพระธาตุดอยสะเก็ด

                 พระพุทธสิหิงค์จำลอง  หล่อด้วยทองเหลือง  ปางมารวิชัย  ศิลปะเชียงแสน  หน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว ประดิษฐานอยู่ในศาลาราย 

                 พระพุทธรูปไม้แกะสลัก  ปางประทับยืน ศิลปะพม่า  สูง ๒ เมตร

                 พระพุทธรูปนาคปรก  สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ  พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าโสมสวลี  พระวรราชาทินัดดามาตุ   หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว ปางมารวิชัย ภายใต้นาค ๗ เศียร  ศิลปะอู่ทอง ปูนปั้น   ประดิษฐานบนลานโพธิ์


                 พระพุทธประธานในอุโบสถ  เป็นพระพุทธรูปทองเหลืองปางสมาธิ  หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว

                 พระพุทธรูปหยกขาว  ศิลปะพม่า  ปางมารวิชัย  ทำจากหยกขาวพม่า  ประดิษฐานในอุโบสถ


                 พระพุทธรูปปางเลไลยก์   เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น  สูง ๒.๙๙ เมตร และพระประจำวันปูนปั้นทั้ง ๗ วัน  ประดิษฐานอยู่ด้านหลังอุโบสถ  

                 พระบรมสารีริกธาตุ  วัดพระธาตุดอยสะเก็ด  ซึ่งจะจัดให้มีประชาชนได้สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุเป็นประจำทุกปี

                 พระอรหันตธาตุ ๗ พระองค์


                 พระพุทธคันธารราช  พระประธานในอาคารตำหนักพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เป็นพระพุทธรูปทองรมดำ  ปางนั่งประทานพร  ศิลปะแคว้นคันธารราช

                 พระพุทธโสธรจำลอง   หน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว  หล่อด้วยทองเหลือง   ประดิษฐานอยู่ในหอพระไตรปิฏก

                 รูปหล่อทองเหลืองพระโพธิสัตว์กวนอิม  สูง ๑.๕๙ เมตร  และรูปปั้นเซรามิก  พระโพธิสัตว์กวนอิม ประดิษฐานในศาลเจ้าแม่กวนอิม

                 พระบรมรูป  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๔   ประดิษฐานในตำหนักพระจอมเกล้า

                 พระราชานุสาวรีย์  พญามังรายมหาราช  องค์ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองเชียงใหม่    ประดิษฐาน ณ เชิงบันไดนาค  วัดพระธาตุดอยสะเก็ด

                 รูปเหมือนสมเด็จพระพุทธจารย์ (โต พรหมรฺงสี)  หล่อด้วยปูนปั้น จำนวน ๓ องค์  ประดิษฐานในซุ้มอาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรฺงสี  และในเจดีย์พระเกศาธาตุ
                 รูปเหมือนหลวงปู่ทวด  ๒  องค์ หล่อ ด้วยปูนปั้น ๑ องค์ หล่อด้วยทองเหลืองรมดำ ๑ องค์  ประดิษฐานในอาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรฺงสี  และในเจดีย์พระเกศาธาตุ






                 ต้นศรีมหาโพธิ์ หน่อกล้าจากพุทธคยา  ประเทศอินเดีย  อัญเชิญมาโดย  พระเทพวิสุทธิคุณ  เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่องค์ปัจจุบัน  ทรงปลูกโดย  สมเด็จพระสังฆราช (วาส  วาสนมหาเถระ) วัดราชบพิตร  กรุงเทพมหานคร  และพระอุดมวุฒิคุณ  อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  และ พระครูมงคลศีลวงศ์ อดีตเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด  หรือพระเทพวิสุทธิคุณเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  ทรงปลูกร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๒๔


                 ต้นศรีมหาโพธิ์  หล่อกล้าจากประเทศศรีลังกา โดยคุณพงษ์พันธ์  พรหมขัติแก้ว อุปทูตไทยประจำประเทศศรีลังกา  ทรงปลูกโดย  สมเด็จพระมหานากะภัตตันตะเถระ  สังฆราชประเทศศรีลังกา  เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙


        กิจกรรมที่สำคัญของวัดพระธาตุดอยสะเก็ดนั้น คือการจัดการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  มีการแบ่งแผนกเจ้าหน้าที่ดูแล รับผิดชอบการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  เน้นการจัดวัดให้เป็นอุทยานการศึกษา อุทยานธรรม  จัดกิจกรรมให้เป็นแหล่งเผยแผ่พระพุทธศาสนา

      สำหรับงานด้านการบูรณะ  ปฏิสังขรณ์เสนาสนะและการปรับปรุงภูมิทัศน์ของวัดให้เป็นรมณียสถานเหมาะแก่ การศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรมนั้น  ทางวัดได้เนินการเป็นประจำทุกปี  จนทำให้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑วัดพระธาตุดอยสะเก็ดได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนา ตัวอย่าง   ปีพ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น  ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ      ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นวัดอุทยานการศึกษา  ของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เชียงใหม่ เขต ๑  และเป็นวัดต้นแบบส่งเสริมสุขภาพ  กระทรวงสาธารณสุข   และในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน  ของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เชียงใหม่ เขต ๑  

      ปัจจุบันวัดพระธาตุดอยสะเก็ด  ตั้งอยู่ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีพระโพธิรังสี  เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓  พระคุณเจ้า  ได้พัฒนาวัดพระธาตุดอยสะเก็ดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  ทั้งด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  การรักษาฮีตฮอยวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของล้านนา 






วัดพระธาตุดอยสะเก็ด : ต.เชิงดอย  อ.ดอยสะเก็ด  จ.เชียงใหม่  โทร. 053-495065



ประวัติความเป็นมาของการถวายนมสดรดต้นพระศรีมหาโพธิ์
ประเพณีแห่นมสดรด ถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์  วัดพระธาตุดอยสะเก็ด

-----------------*****---------------

     เนื่องด้วย  ตามที่ทางวัดพระธาตุดอยสะเก็ด  ได้จัดพิธีถวายนมสดรดถวายต้นศรีมหาโพธิ์นั้น ซึ่งประวัติความเป็นมาของการจัดพิธีนี้มีดังนี้

                    สมัยเมื่อประมาณ ๒๑๘–๒๒๒ ปี  หลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว  พระเจ้าอโศกมหาราช  ได้รับสถาปนาขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาพระนามว่าพระเจ้าพินทุสาร โดยได้รับการขนานพระนามว่า พระเจ้าธรรมาโศกราชซึ่งในขณะนั้น พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในประเทศอินเดีย เนปาล อัฟกานิสถาน และแถบประเทศใกล้เคียงมาก  จะเห็นได้จากศาสนสถานต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนามากมายในปัจจุบัน  พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นพระราชาองค์หนึ่งซึ่งอ้างตนเข้าถึงพระรัตนตรัยมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงทำการบูชาพระพุทธศาสนา  และพระภิกษุสงฆ์  ทรงสร้างศาสนสถานถวายไว้ในพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย  แม้แต่พระมหินทะเถระ ที่ได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศไทยเรา ก็เป็นพระโอรสของพระองค์

                    ต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระเจ้า อโศกจะทรงยกย่องบูชาเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระองค์ถือว่าเป็นสถานที่เกิดของพุทธะ เป็นที่เกิดของธรรมะ หรือประทีป ธรรมเพราะเป็นที่ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณพระองค์ จึงทรงทำการสักการะบูชาด้วย แก้ว แหวน เครื่องบรรณาการหลายอย่าง พร้อมทั้งได้ตั้งให้เสนาอำมาตย์คอย ทำความสะอาดดูแลอยู่ตลอดเวลา  คราใดเมื่อพระองค์ว่างจากพระราชภารกิจ ก็จะเสด็จมาประทับเจริญสมาธิภาวนา
ณ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์  แม้จะไม่ได้ทรงเสด็จมาก็จะทรงประทับที่พระราชนิเวศน์ ประทับนั่งหันพระพักตร์มาทางต้นศรีมหาโพธิ์  เจริญสมาธิภาวนา  เจริญ พระราชศรัทธาอยู่อย่างนั้นมิได้ขาด  เพราะพระองค์ทรงมีพระดำริว่า  “แม้ พระพุทธองค์ทรงเสด็จ ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว  ต้นศรีมหาโพธิ์เป็นประดุจสิ่งแทนพระพุทธเจ้า  เสมือนหนึ่งพระ พุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่”

                    เมื่อพระเจ้าธรรมาโศกราช  ได้ทรงพระราชทานเครื่องรัตนมณีและสิ่งมีค่าบูชาต้นศรีมหาโพธิ์เป็นประจำอยู่ เช่นนั้น  พระอัครมเหสี พระนามว่า ติษยรักษิตา  จึงมีพระดำริว่า  “ พระราชาทรงเป็นพระสวามีของเราแต่ทรงพระราชทานสิ่งของอันมี ค่ายิ่งบูชาต้นศรีมหาโพธิ์”  พระนางจึงหนักไปในทาง ริษยา อดทนอยู่ไม่ได้จึงทรงเรียกนางสนมมาเฝ้าแล้วให้ไปหานาง แม่มดและบุคคลผู้เจริญ ฌานจนมีฤทธิ์มาเฝ้าแล้วสั่งให้ทำลายต้นโพธิ์ด้วย เวทย์มนต์  จนต้นโพธิ์เหี่ยวเฉาใกล้จะตาย  พวกอำมาตย์ได้เห็นต้นโพธิ์เหี่ยวเฉา  จึงได้นำความเข้ากราบ บังคมทูล  พระเจ้าธรรมาโศกราชทรงเสียพระทัยยิ่งนัก  เพราะ ความเคารพรักศรัทธาในพระรัตนตรัย  และต้นศรีมหาโพธิ์  จึง ทรงมีพระอาการประชวรลงกระทันหัน  ไม่เสวยพระกระยาหาร  จน พระวรกายอ่อนเพลียซูบผอม

                    แม้ว่า พระนางติษยรักษิตา   จะทรงปลอบและทรงถวายการดูแลอย่างไร  ก็ไม่อาจเปลี่ยนพระทัยของพระเจ้าธรรมาโศกราชให้หาย และเลิกละจากการเคารพบูชาพระรัตนตรัย  จนพระนางติษยรักษิตา  ดำริว่า  พระราชามั่นคงในพระรัตนตรัย  และจะทรงเสียพระพลานามัยมากกว่านี้  ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองเลย  จึงได้เรียกนางสนมมาเฝ้าแล้วรับสั่งให้แม่มดและบุคคลผู้มีฤทธิ์  เลิกจากการประกอบพิธีทำลายต้นโพธิ์ด้วยเวทย์มนต์  แล้วทรงถามนางแม่มดว่าจะทำอย่างไร  ที่จะให้ต้นศรีมหาโพธิ์ฟื้นคืนโดยเร็ว  นางแม่มด จึงถวายการแนะนำว่า ให้ขุดรอบต้นศรีมหาโพธิ์แล้วนำนมสดมารดถวายวันละ ๑,๐๐๐ ถัง   พระนางจึงรับสั่งให้พวกเสนาอำมาตย์ดำเนินการไม่นานนัก  ต้น  ศรีมหาโพธิ์ก็ฟื้นมีใบเขียวดกสวยงามดังเดิม  จึงนำความเข้าถวายบังคมแก่พระเจ้าธรรมาโศกราช

                    พระองค์ทรงทราบก็ทรงปีติสดชื่นหายจากการประชวรแล้วทรงสรงสนานพระ วรกาย  แล้วรับสั่งให้เสนาอำมาตย์ทำการบูชาต้นศรีมหาโพธิ์เฉลิมฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่  ทรงอาราธนาพระสงฆ์มารับพระราชทานฉันภัตตาหาร  แล้วทรงพระราชทานสมสดใส่โถเงิน โถทอง โถแก้วผลึก มารดถวายต้นศรีมหาโพธิ์ในวันคล้ายวันประสูติ-ตรัสรู้-เสด็จดับขัน ธปรินิพพาน  พร้อมทั้งได้ทรงบำเพ็ญมหาทานแก่พระอริยสงฆ์  คนยากจน  นำศรัทธาพสกนิกรอ้างตนเข้าถึงพระรัตนตรัย  คือ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า  ตราบจนสิ้นพระชนมายุขัยของพระองค์


                    ด้วยประวัติความเป็นมาโดยสังเขป  คณะสงฆ์วัดพระธาตุดอยสะเก็ด จึงพิจารณาเห็นว่าวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เป็นวัดประจำอำเภอ และเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  และมีต้นศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย  โดย พระครูมงคลศีลวงค์  เจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด (พระเทพวิสุทธิคุณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ องค์ปัจจุบัน)  และสมเด็จพระสังฆราช  วาส  วาสนมหาเถระ  วัดราชบพิธสถิตย์สีมาราม  ทรงปลูกเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ และต้นโพธิ์ศรีลังกาอัญเชิญมาโดยคุณพงษ์พันธ์  พรหมขัติแก้ว  อดีตอุปฑูตศรีลังกา  ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช  อาสภัตทันตะเถระ  จากประเทศศรีลังกาทรงปลูกเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙


                    ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ศักดิสิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา  ควรแก่การที่เราจะควรทำการเคารพบูชาเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต  เป็นศิริมงคลแก่อำเภอดอยสะเก็ด  และเป็นศิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนผู้กระทำการเคารพบูชา  เมื่อเรามีของดีแล้ว  ไม่รู้จักการยกย่องเชิดชูบูชา เคารพนับถือ  ของสิ่งนั้นก็จะอับเฉาไร้คุณค่า  ไม่นำพาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง  หากเราร่วมใจกันเป็นสามัคคี  เคารพ นบน้อม กราบไหว้ นับถือ บูชา ก็จะทำให้สิ่งดี ๆ ที่มีอยู่แล้วมีคุณค่า  มีความศักดิ์สิทธิ์มีพลังและอานุภาพสูงขึ้น  ดลบันดาลให้ความสุข ความเจริญ บังเกิดขึ้นได้  จึงได้ร่วมใจกันจัดงานประเพณีแห่นมสดรดถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์ ดำเนินตามปฏิปทาของ พระเจ้าอโศกมหาราช องค์เอกอัครศาสนูปถัมภกแห่งชมภูทวีป  ตั้งแต่ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ เป็นต้นมา  (ปีนี้เป็นปีที่ ๙)    

                    จึงขอเชิญชวนท่านสาธุชนทั้งหลาย  มาร่วมกันทำของดีให้มีคุณค่ายิ่งขึ้น  สักวันหนึ่งเมื่อของดีมีค่านั้นมีประโยชน์ขึ้นมา เราก็จะภาคภูมิใจว่า  มีเราร่วมอยู่ด้วย  เรามีส่วนแห่งพลังความดีและสิ่งมีคุณค่านั้น  เมื่อนั้นแหละ  ความเป็นมงคลย่อมเกิดแก่เรา   ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า  “ปูชา จ ปูชนียานํ  เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ”  การบูชาสิ่งที่ควรบูชา เป็นมงคลอย่างสูง (แก่ชีวิต – ธุรกิจ – การงาน) ในฐานะที่เราได้น้อมกายถวายจิต เป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว  สิ่งใดที่ควรช่วยกันยกย่องเชิดชูบูชาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ก็กรุณาช่วยกันกระทำบำเพ็ญสิ่งนั้นเถิด  ก็จะบังเกิดความสุข  ความเจริญแก่เราทั้งในปัจจุบัน  อนาคต  และเป็นปัจจัยปรากฎต่อ   มรรค ผล นิพพาน ในอนาคตกาลต่อไป.

ด้วยความเคารพรักศรัทธาในพระพุทธเจ้า

 

















 
 
Copyright by Jai D D Media. All right Reserved : More Info. Call : 090-165-6195, 080-495-4299: lannatalk@gmail.com